Home / ข่าวบอลโลก / เจสัน เบิร์ด – มูรินโญ่ ต้องเรียนรู้วิธีใช้ พอล ป็อกบา จาก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์

เจสัน เบิร์ด – มูรินโญ่ ต้องเรียนรู้วิธีใช้ พอล ป็อกบา จาก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์

พอล ป็อกบา กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในสีเสื้อทีมชาติ ฝรั่งเศส ในฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศที่ผ่านมา

เจสัน เบิร์ด คอลัมนิสต์ชื่อดังของสำนักข่าวเดลี่เทเลกราฟ ออกมากล่าวว่า “โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด สามารถเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับการใช้งาน พอล ป็อกบา มิดฟิลด์เชิงสูงชาว ฝรั่งเศส ของทีมจากวิธีการของยอดกุนซืออย่าง ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติ ฝรั่งเศส”

ทั้งนี้กองกลางตัวเก่งรายนี้กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และ กลายเป็นกุญแจสำคัญสำหรับทีมชาติ ฝรั่งเศส ในการเอาชนะ โครเอเชีย ไปได้ 4-2 ผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองในครบรอบ 20 ปีได้สำเร็จหลังจากเคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 1998 โดยในเกมส์นี้ ป็อกบา ยังเป็นผู้ทำประตูให้ทีมนำ 3 – 1 ในช่วงครึ่งหลังในจังหวะบอลกระดอนมาเข้าทางก่อนเจ้าตัวซัดด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษเข้าไปอย่างสวยงาม

เบิร์ด กล่าวว่า “ป็อกบา ทำผลงานได้ดีภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ในฟุตบอลโลกที่ รัสเซีย และ โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมในสโมสรของเขาสามารถเรียนรู้วิธีการนี้ได้ตามความสำเร็จของทีมชาติ ฝรั่งเศส

“ผมมั่นใจว่า มูรินโญ่ จะพูดกับเขาว่า คุณลองมองไปที่บทบาทที่คุณเล่นให้กับ ฝรั่งเศส และ เล่นตามที่ผมขอให้คุณเล่น เพราะผมเชื่อว่าเขาไม่เคยเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้กับทีม แมนฯ ยูไนเต็ด”

“แต่แล้ว ป็อกบา จะหันกลับไป และ พูดกับ มูรินโญ่ ว่า คุณไม่ได้ขอให้เล่นแบบเดียวกัน หรือ เคยให้โอกาสผมได้เล่นเหมือนกัน”

“ผมคิดว่าเขาทั้งสองจำเป็นต้องมีการประชุม และ คุยระหว่างกันมากกว่านี้ เพราะ เดส์ชองส์ ได้ทำให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ป็อกบา เข้าใจในวิธีการเล่น และ เดส์ชองส์ เคยกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ผมต้องการให้คุณทำและ ถ้าคุณทำเราสามารถทำได้คุณชนะฟุตบอลโลก และ ป็อกบา ก็หายไป และ ทำมัน ในทำนองเดียวกัน มูรินโญ่ ต้องมีการสนทนาแบบเดียวกันกับเขา”

“คุณเห็นการลงสนามของเขา และ คุณคิดว่าใช่นั่นคือสิ่งที่เขาสามารถทำได้ นั่นคือผู้เล่นที่เขาเป็น มันคือสิ่งที่คุณต้องการดูตลอดเวลา แต่คุณไม่เคยเห็นมันมากพอที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เลย”

“สิ่งที่น่าสนใจในการแข่งขันครั้งนี้คือการที่ ป็อกบา เล่นด้วยบทบาทที่มีวินัยมากขึ้น และ ในทีมนั้นเขาได้ทำตามแบบที่ได้รับการบอกจาก เดส์ชองส์ เขาเล่นบทบาทในเกมส์รับโดยเป็นการช่วยทีมเล่นเกมส์รับมากขึ้นในบางครั้ง และ เขาก็เป็นนักเตะยอดเยี่ยม”

ทั้งนี้นักเตะรายอื่นชาว ฝรั่งเศส ที่โลดแล่นใน พรีเมียร์ ลีก ก็ถูกความสนใจเพิ่มเติม และ ถูกจับตามองนั้นคือกองหน้าร่างยักษ์ของ เชลซี อย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โดย แม็ก ดันน์ นักข่าวจาก เดลี่ เอ็กเพรส ออกมาแสดงความเห็นว่าเขาไม่เชื่อว่า ชิรูด์ ควรได้รับการพิจารณาว่าเป็นส่วนสำคัญของทีม “ยุคทอง” ของ ฝรั่งเศส ในชุดนี้

ดันน์ กล่าวว่า “การที่เขาได้รับเครดิตจากผลงานตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล อย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่า มันจะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดจริงๆที่หลายฝ่ายได้พูดคุยเกี่ยวกับการรวมเอาผลงานของกองหน้ารายนี้เข้ากับยุคทองของทีมชาติ ฝรั่งเศส และ การที่เข้าทำหน้าที่เหมือนเป็นศูนย์กลางการส่งต่อของทีม”

“ในฟุตบอลโลกครั้งนี้เขาไม่ได้ยิงประตู และ เขาเป็นศูนย์กลางในแผงกองหน้า เขาทำงานได้ดี แต่มันก็แตกต่างไปจากผู้เล่นคนอื่นๆที่เป็นยุคทองของทีมในการขับเคลื่อนเกมส์ไปด้วยความเร็ว”

แต่อย่างไรก็ตาม เจสัน เบิร์ด กลับไม่เห็นด้วยกับความเห็นของเพื่อนร่วมอาชีพของเขารายนี้ โดยเจ้าตัวให้ความเห็นว่า “โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ช่วยทีมในรูปแบบที่สำคัญด้านอื่นๆ”

เบิร์ด กล่าวว่า “มันเป็นบทบาทที่แตกต่างกัน เขามีหน้าที่ครองบอลขึ้นไปข้างหน้า และ เห็นได้ชัดว่าคุณไม่สามารถมีศูนย์กลางในการพาบอลไปได้ถ้าไม่มีเขา แม้ว่ากองหน้ารายนี้จะยิงประตูไม่ได้ก็ตาม”

“ผมคิดว่าเขาทำให้ทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตอนแรกทีมเริ่มด้วยการใช้ อุสมาน เดมเบเล่ แต่ไม่ไม่ได้ผล จึงต้องมีการลองเอา ชิรูด์ ลงมาทำหน้าที่แทน และ เขาเข้ามาสร้างความแตกต่างเมื่อคุณมี อองตวน กรีซมันน์ และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ อยู่ด้านข้าง และ พวกเขาก็เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ดังนั้นระบบมันสามารถทำงานไปได้ ผมยอมรับว่าคุณไม่สามารถมีกองหน้าที่ไม่สามารถยิงประตูได้ แต่เขาก็เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศฟุตบอลโลก และ เขาก็เล่นได้ดีมากดังนั้นเขาจึงไม่ได้อะไรที่แย่มากถึงขนาดนั้น”