Home / ข่าวบอลโลก / อังกฤษ 0 – 1 เบลเยียม – ยานาไซจ์ ทำประตูชัยพาทีมคว้าแชมป์กลุ่ม

อังกฤษ 0 – 1 เบลเยียม – ยานาไซจ์ ทำประตูชัยพาทีมคว้าแชมป์กลุ่ม

เกมส์ฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายของกลุ่ม จี ที่สนาม คาลินินกราด สเตเดี้ยม เป็นเกมส์บิ๊กแมตช์ระหว่างทีมชาติ อังกฤษ พบกับ ทีมชาติ เบลเยียม โดยเกมส์นี้พวกเขาลอยลำเข้ารอบด้วยกันไปทั้งคู่แล้วเพียงแต่ในนัดนี้จะเป็นเกมส์ที่พวกเขาจะต้องมาชิงแชมป์กลุ่มกันนั้นเอง โดยผลการแข่งขันในนัดนี้เป็นทางด้านของทีม เบลเยียม ที่เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะ อังกฤษ ไป 1 – 0 จากประตูชัยของ อัดนาน ยานาไซจ์ ทำให้ทำให้ เบลเยียม ชนะรวด 3 นัดเป็นแชมป์กลุ่ม จี เข้ารอบไปเจอ ญี่ปุ่น ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายในขณะที่ อังกฤษ จะไปรอเจอกับ โคลอมเบีย

เดิมพันบอลโลกที่ 188Bet

โดยในรอบ 8 ทีมสุดท้ายหากขุนผลที่ชาติ อังกฤษ สามารถผ่านเข้ารอบได้พวกเขาจะต้องไปรอเจอกับผู้ชนะระหว่าง สวีเดน และ สวิตเซอร์แลนด์ ในสายเดียวกัน และ มีสิทธิผ่านเข้าไปกับ บราซิล ในรอบรองชนะเลิศด้วยนั้นเอง

สำหรับความพร้อมก่อนเกมส์นี้ทีมชาติ เบลเยียม ของกุนซือ โรแบร์โต้ มาติเนซ มีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงผู้เล่น 11 ตัวจริงถึง 9 คนจากนัดล่าสุด ในขณะที่ทีมชาติ อังกฤษ ของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ไม่น้อยหน้ามีการหมุนเวียนผู้เล่นใหม่ถึง 8 ตำแหน่งด้วยกัน

แต่ทว่า เบลเยียม ในเกมส์นี้ก็มีได้ความมหัศจรรย์ของ อัดนาน ยานาไซจ์ ปีกดาวรุ่งของ เรอัล โซเซียดาด เป็นผู้ยิงประตูในจังหวะที่เจ้าตัวโชว์สเต็ปโยกหลบ แดนนี่ โรส ก่อนจะปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดบอลโค้งผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด อย่างสวยงามเป็นประตูชัยพาทีมเก็บชัยชนะ 3 นัดรวดแซงเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม จี อย่างยิ่งใหญ่ โดยเป็นชัยชนะของทีมในการเจอกับทีมชาติ อังกฤษ ตั้งแต่ปี 1936 นั้นเอง

ในขณะที่ อังกฤษ ก็มีโอกาสได้ลุ้นประตูของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ทว่ายังไม่ผ่านความยอดเยี่ยมของนายประตูอย่าง ติโบต์ คูร์กตัวส์ ในขณะที่เกมส์นี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ยังมีการหมุนเวียนเอา จอห์น สโตนส์ และ แฮร์รี่ แมกไกวร์ ลงสนามมาเพื่อดูว่าใครจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมส์กับ โคลอมเบีย นั้นเอง

ขณะที่อีกหนึ่งคนที่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมส์นี้อย่าง เจมี่ วาร์ดี้ เองก็ทำผลงานได้ดีเจ้าตัวมีโอกาสยิงแต่ยังไม่ผ่านมือของ คูร์กตัวส์ เช่นเคย

จากนั้นเป็นจังหวะที่ เบลเยียม เกือบได้ประตูขึ้นนำจากการโหม่งของ มารูยาน เฟลไลนี่ ให้กับ มิชี่ บาตชูอายี่ บอลชุลมุนกันหน้าประตูก่อนที่ แกรี่ เคฮิลล์ จะเครียบอลออกไปได้

ในขณะที่นายประตูอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด ก็ได้โชว์จังหวะเซฟสวยๆจากช่วงต้นเกมส์ในจังหวะของ ยูริ ทีเลอมองส์ ได้ซัดบอลจากนอกกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือของนายทวารรายนี้

เช่นเดี่ยวกับ ยูริ ทีเลอมองส์ กองกลางจาก โมนาโก รายนี้ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล

ในขณะที่เริ่มช่วงครึ่งหลังมาได้ไม่นาน เบลเยียม ก็มาได้ประตูขึ้นนำจาก อัดนาน ยานาไซจ์ ได้จังหวะโยกหลบ แดนนี่ โรส แล้วได้ปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด เสียบเสาอย่างสวยงาม เบลเยียม ขึ้นนำ 1-0 เป็นประตูแรกในนามทีมชาติของเจ้าตัวอีกด้วย

จากนั้นในช่วงนาที 66 ทีมชาติ อังกฤษ เกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะของ เจมี่ วาร์ดี้ จ่ายบอลต่อไปให้ แรชฟอร์ดฟ หลุดไปดวลตัวต่อตัวกับ คูร์กตัวส์ แต่เจ้าตัวก็ปั่นบอลหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้น เบลเยียม มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากจังหวะที่ โทมัส แฟร์มาเล่น ที่เล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง แวงซองต์ กอมปานี ลงสนามมาแทน ในช่วง 16 นาทีสุดท้ายของเกมส์

จากนั้นในช่วงท้ายเกมส์ เบลเยียม เกือบมาได้ประตูย้ำชัยชนะจากจังหวะของ ดรีส เมอร์เทนส์ ตัวสำรองแต่ยังยิงไม่ผ่าน พิคฟอร์ด สุดท้ายจบเกมส์ไม่มีประตูเพิ่ม เบลเยียม เอาชนะ อังกฤา ไป 1 – 0 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม