Home / ข่าวบอลโลก / รัสเซีย 3 – 1 อียิปต์ – รัสเซีย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

รัสเซีย 3 – 1 อียิปต์ – รัสเซีย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

ศึกฟุตบอลโลก 2018  รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นักที่สองระหว่างทีมเจ้าภาพ รัสเซีย พบกับ ทีมชาติ อียิปต์ เกมส์นี้ทีมเยือนมาได้ มูฮัมหมัด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตูของทีมกลับมาลงสนามช่วยทีมได้ และ ยิงได้ 1 ประตู แต่ไม่สามารถต้านทานความร้อนแรงของทีม รัสเซีย ได้ก่อนที่ อียิปต์ จะพ่ายให้กับทีมเจ้าภาพ รัสเซียไป 3 – 1

เดิมพันบอลโลกที่ 188Bet

สำหรับเกมส์รอบแบ่งกลุ่มนัดที่สองที่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เจ้าภาพ รัสเซีย ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องหลังเอาชนะทีมชาติ อียิปต์ ไปได้ 3 – 1 ในนัดนี้ และ เป็นการชนะรวด 2 นัดมี 6 คะแนนเต็มมีโอกาสเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

ก่อนเกมส์ทีมชาติ อียิปต์ ของกุนซือ เอคตอร์ คูเปร์ ได้ข่าวดีพวกเขาได้ มูฮัมหมัด ซาลาห์ ดาวยิงคนเก่งที่หายเจ็บกลับมาหลังไม่ได้ลงสนามในนัดแรกที่พวกเขาพลาดท่าแพ้ต่อทีมชาติ อุรุกวัย ไป 0-1 โดยในนัดนี้เจ้าตัวก็สามารถช่วยทีมยิงประตูตีไข่แตกได้จากลูกจุดโทษในนาที 73 เป็นประตูแรกของเจ้าตัวในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ประตูในเกมส์นี้มาเกิดในช่วงครึ่งหลัง โดยทีมชาติ รัสเซีย ที่พยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่ตลอดมาได้ประตูจากจังหวะความผิดพลาดของ อาห์เหม็ด ฟาธี ผู้เล่น อียิปต์ ที่ไปเสียจังหวะสกัดบอลเข้าประตูตัวเองทำให้ รัสเซีย ขึ้นนำ 1-0

จากนั้นทีม รัสเซีย ก็มาได้ประตูที่สองจากลูกยิงของ เดนิส เชอรีเชฟ ที่ยิงจ่อๆเให้ รัสเซียนำ 2-0 และเป็นประตูที่สามของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ เท่านั้นยังไม่พออีก 3 นาทีต่อมา รัสเซีย ยังคงทำเกมส์บุกได้ดีอย่างต่อเนื่องมาได้ประตูเพิ่มจาก อาร์เต็ม ดีซูบา ยิงช่วยให้ รัสเซีย ได้ประตูทิ้งห่างไป 3-0

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงนาที 73 ทีมชาติ อียิปต์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ซาลาห์ ถูกดึงล้มในบริเวณเขตโทษ ผู้ตัดสินใช้เทคโนโลยี วีเออาร์ ก่อนที่จะให้เป็นลูกจุดโทษแก่ อียิปต์ และ เป็น ซาลาห์ คนเดิมที่ทำหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปตีไข่แตกไล่มาเป็น 3-1 สุดท้ายเป็นเจ้าภาพ รัสเซีย ที่ฟอร์มแรงชนะรวด 2 นัดมี 6 คะแนนเต็มมีโอกาสในการเข้ารอบ 16 ทีมสูง ส่วนทีมชาติ อียิปต์ พวกเขาแพ้รวด 2 นัดมี และ โอกาสตกรอบไปแล้วเช่นเดียวกัน

เกมส์นี้ในช่วงต้นเกมส์ครึ่งแรก อียิปต์ มีโอกาสได้ทักทาย รัสเซีย ก่อนจากจังหวะหลุดเข้าไปยิงของ มะห์มูด เทรเซเกต์ ฮัสซัน แต่บอลโค้งออกไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นในช่วงนาที 34 ซลาห์ เกือบมีโอกาสยิงประตูจากจังหวะที่เพื่อนร่วมทีมโหม่งชงมาให้แต่ยังไม่ผ่านการสกัดของ ยูริ เชอร์คอฟ ออกหลังเป็นไปเป็นลูกเตะมุมแทน จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0 – 0

เกมส์ในช่วงครึ่งหลังทีมชาติ รัสเซีย มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เอล-เชนนาวี นายทวารทีมชาติ อียิปต์ ออกมาตัดบอลแต่บอลยังมาเข้าทาง โรมัน ซอบนิน ยิงไปแฉลบ อาห์เมด ฟาธี เข้าประตูตัวเองทำให้ทีมชาติ รัสเซีย นำไปก่อน 1-0

จากนั้นไม่นานเกมส์รุกของ รัสเซีย ที่ยังคงดุดันอย่างต่อเนื่องมาได้ประตูเพิ่มจาก มาริโอ เฟอร์นานเดส ที่ได้จังหวะจ่ายบอลกลับมาให้ เดนิส เชอรีเชฟ ยิงให้ รัสเซีย ออกนำไป 2-0 ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาเป็น เฟอร์นานเดส คนเดิมที่มีส่วนทำมให้ อาร์เต็ม ดีซูบา ยิงประตูปิดท้ายเอาชนะไป 3-0 แม้ว่าในช่วงท้ายเกมส์ ซาลาห์ จะสามารถทำประตูจากลูกจุดโทษช่วยให้ อียิปต์ ไล่มาเป็น 3 – 1 แต่ก็ไม่ทันแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย